เรื่องฝังใจ

posted on 30 Jan 2009 00:41 by enemy

 

" เราทุกคนก็เคยเล่นเกมส์ตัวต่อโดมิโน
หากไม่มีใครโกง เกมนั้นออกแบบมาให้มีผู้ชนะ  "

 

จริงหรือไม่ที่วิถีชีวิตของเราในปัจจุบันล้วนมากจากอดีต หลายสิ่งมาจากอดีตที่ฝังใจ

คำว่าฝังใจมักจะใช้ในความหมายของแง่ร้าย ทั้งที่อันที่จริงมันมีทั้งแง่ดีและร้าย
ฝังใจในเรื่องที่ดี และฝังใจในเรื่องที่ไม่ดี
ส่วนใหญ่เรามักจะเรียกการฝังใจในเรื่องที่ดีว่า ประทับใจ (Impression) จึงทำให้คำว่า "ฝังใจ" มักจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีที่ทำให้ต้องจำฝังใจ

เรื่องฝังใจบางอย่าง "ฝัง" อยู่ลึกเกินจะนิยาม แม้ว่าเราพยายามต่อภาพจากสิ่งที่สืบรู้ไปทีละช่วงก็ตาม

 

 

สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเด็กในซอยบ้านผมคนหนึ่งกำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น เขาเป็นเด็กชายที่ปั่นจักรยาน BMX เล่นในกลุ่มเดียวกับผมและกำลังเรียนจะจบ ม.3 ในฤดูร้อนนี้ ก่อนหน้านั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น เขาคือเด็กชายที่ร่าเริง และขี่จักรยานด้วยความสนุกกับเพื่อนๆ

และผมก็ได้รับเรื่องที่ไม่สบายใจจากผู้ปกครองของเขา
เรื่องที่ว่าคือ อาจารย์ที่โรงเรียนแจ้งมายังผู้ปกครองว่าเขาไม่ได้ไปโรงเรียนมาหลายวันแล้ว ทั้งๆ ที่แต่งตัวไปโรงเรียนตามปกติ
ด้วยความเป็นห่วงอนาคต ผมสืบเสาะจากเพื่อนๆ จนสามารถแฝงตัวเข้าไปในสถานที่ๆ เขาไปขลุกอยู่ตอนที่โกหกผู้ปกครองว่าไปโรงเรียน

โลกนี้มันอิสระ ใครก็ต้องการทำในสิ่งที่ชอบ ใครก็อยากไปในสถานที่ ๆ ได้รับการยอมรับ

มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากที่เด็กโกหกผู้ปกครองเพื่อจะได้อิสระในการทำอีกสิ่งหนึ่ง มันผิดพลาดตรงไหน ทั้งๆที่ผู้ปกครองเขาก็มีตังค์ แถมเป็นนักเลงเอาเรื่อง
เราทุกคนก็เคยเล่นเกมส์ตัวต่อโดมิโน หากไม่มีใครโกง เกมนั้นออกแบบมาให้มีผู้ชนะ

ลองมาต่อโดมิโนกันดู

ก่อนหน้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแสดงว่าตัวแปรที่ใส่ไปในสมการนั้นไม่ถูกต้อง คำตอบจึงออกผลมาเป็นแบบนี้

หลังจากที่ผมได้พูดคุยกับเขาจนเข้าใจและโน้มน้าวจนเขายินดีที่จะกลับบ้านแล้ว ต่อมาผมก็ได้ไปพูดคุยกับบิดาของเขา สิ่งที่น่าสลดใจก็คือพ่อเขาไม่เข้าใจการสื่อสารกับลูกที่เป็นวัยรุ่น ไม่รับฟังอะไรสักนิด มัวแต่มองความผิดพลาดของลูก จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมลูกจึงไม่ยอมพูดอะไรที่เป็นความจริงสักอย่าง สิ่งที่รับรู้ต่อมาจากนั้นคือพ่อเขาโดนเชิญไปพบที่โรงเรียนเพื่อให้รับทราบปัญหาการขาดเรียนและให้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิดก่อนหน้าที่ปัญหานี้จะเกิดขึ้นมาแล้ว แต่พ่อของเขาก็สวนกลับโรงเรียนไปว่า ผมไม่มีเวลา ถ้าไม่มีตังค์ที่นี่จะให้เรียนต่อมั๊ย?

ผมจึงกลายเป็นผู้ประสานสิบทิศด้วยเหตุนี้
และที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งคือตอนนี้เขาโดนควบคุมโดยการให้หยุดเรียนโดยปริยาย และไปอยู่ด้วยกันกับพ่อเพื่อที่จะดูแลได้อย่างใกล้ชิดไม่ให้กลับไปสุมหัวยังสถานที่ๆ ว่า สิ่งที่ตั้งใจเขียนด้วยมือในครั้งแรกโดนลบด้วยเท้าอย่างน่าเสียดาย

ใครๆ ก็อยากได้ความรักและความเข้าใจ ไม่ยกเว้นเด็กหรือผู้ใหญ่ หากเขาไม่เคยได้ความรักและการแสดงความรักอย่างจริงใจมาบ้างเขาจะรักใครเป็น สภาพจิตที่เขาหนีออกจากบ้านอ่อนแอและสับสนอย่างยิ่ง

 

เรื่องที่สองมีอยู่ว่า...
ผมต้องแปลกใจมากเมื่อมาพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ใหม่ๆ กับญาติ ที่ผมจะต้องโดนขึ่นเสียงต่อว่าทันทีที่เปิดประตูมุ้งลวดคาไว้ ที่บ้านหลังดูเหมือนจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องการเปิดปิดประตูหน้าบ้านมาก
เอาเป็นว่าหากใครเปิดประตูคาไว้เพื่อนั่งผูกเชือกรองเท้าสักสองสามนาทีก็จะโดนด่าทันที

ผมสงสัยมากกับเรื่องนี้ว่าทำไมโดนต่อว่ากับเรื่องง่ายๆ อย่างนี้อย่างเอาจริงเอาจังขนาดนั้น เพราะบ้านผมที่อยู่ต่างจังหวัดเปิดประตูทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน บางประตูไม่มีกุญแจล็อก แค่ทำสลักยึดไว้กันลมพัดก็เท่านั้น

ผมเคยลองทดสอบดูว่าเปิดประตูทิ้งไว้กี่วินาทีถึงจะโดนด่า
คำตอบคือ 5 วินาที
" เดี๋ยวคืนนี้ก็นอนกับยุงกันหรอก !!! "
น่าแปลกใจมาก ผมยืนเฝ้าหน้าประตูก็ไม่ปรากฎว่าจะมียุงบินสักตัว ต่อให้เปิดคาไว้สามชั่วโมงก็คงมียุงไม่เกินสี่ห้าตัว แต่ทำไมเข้างวดกันขนาดนี้

ผมสงสัยมานานในเรื่องนี้จนต้องกระจ่างเมื่อนั่งคุยกันกับคนในชอยที่ผมเคยอยู่หลังจากนั้นไม่นาน
เรื่องของเรื่องก็คือว่าเมื่อก่อนนั้นแถวนั้นบ้านจะสร้างใกล้กับทางระบายน้ำ หมายความว่าร่องน้ำครำจะไหลผ่านข้างบ้าน และยุงจะเยอะมากผมคาดการณ์เอาเองว่าเยอะจนแทบจะนั่งคุยกันในมุ้งอย่างเดียว
แล้วผมก็ลองต่อโดมิโนดู
ญาติผมที่อาศัยอยู่ด้วยคงจะฝังใจกับบ้านในอดีตตอนเด็กๆ (ก่อนที่ผมจะมาอาศัยอยู่) และคงจะโดนแม่ตีหากว่าไม่ปิดประตูมุ้งลวด หรืออะไรทำนองนั้น จึงทำให้ฝังใจเกี่ยวกับเรื่องการเปิดประตูอ้าซ่ามาก แม้ว่าตอนหลังยุงจะไม่ค่อยมีแล้วก็ยังฝังใจอยู่ จึงไม่แปลกใจว่าการเปิดประตูทิ้งไว้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงถึงขนาดต้องต่อว่าทันที

 

 

Comment

Comment:

Tweet

จิงค่ะหากไม่มีใครโกง